โปรแกรม Photoscape ใช้แต่งรูป แต่งภาพ พิมพ์รูป ของดี ของฟรี จากเกาหลี

โลโก้ โปรแกรม Photoscape

ถ้าเกิดว่าเรา พูดถึงโปรแกรมแต่งรูป หลายคนมักจะมองเห็นโปรแกรมที่มีเครื่องมือมากมายจนจับใช้ไม่ครบหา ไม่เจอว่าเครื่องมือชนิดนี้อยู่ที่ไหนของโปรแกรม ซึ่งทำให้ยากแก่การใช้งานแน่ๆ ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโปรแกรม Photoshop CS ที่มีฟีเจอร์หลากหลายอยู่ในระดับโปรเลย แต่หากคนทั่วไปอย่างเราๆ ใช้กันมันคงมากเกินความจำเป็นที่จะใช้ และได้หันไปเจอ โปรแกรมแต่งรูป ที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับโปรแกรมระดับเทพเลย นั่นคือเจ้า โปรแกรม PhotoScape นั่นเอง มันเป็นโปรแกรมแต่งรูปจากแดนกิมจิ ประเทศเกาหลีใต้ ถูกพัฒนาขึ้นมาครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2008  เป็น โปรแกรมแต่งรูป ที่ถือว่ามีฟีเจอร์เยอะพอกันกับโฟโต้ช้อป แต่ลักษณะการทำงานจะง่ายกว่ามาก และที่สำคัญแจกฟรี

Photoscape โปรแกรมแต่งรูปใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาจะเห็นเมนูใหญ่แยกไว้ชัดเจนซึ่งดูแล้วเป็นมิตรกับผู้ใช้งานอย่างมาก โดยจะมีหัวข้อคร่าวๆ เช่น ดูรูปภาพ แต่งภาพ แต่งภาพเป็นกลุ่ม สั่งพิมพ์ เป็นต้น เลือกเข้าไปสักเมนูอย่างการตกแต่งภาพ จะมีเครื่องมือในการตกแต่งพร้อมไว้ทางด้านล่างของโปรแกรม ทั้งการครอบตัดหลากหลายแบบ การใส่ข้อความลงในภาพซึ่งดันแปลงทำเป็นลายน้ำ (WaterMark) จางๆ การเพิ่มรูปภาพหรือสติ๊กเกอร์แทรกลงไป ปรับเฉดสีของภาพ ความสว่าง มืด และความเข้มของภาพได้ทันที และยัง Undo/Redo ภาพที่ตกแต่งกลับไป-มาได้ด้วย

โปรแกรมนี้ยังมีข้อดีคือเป็นโปรแกรมประเภทฟรีแวร์ (Freeware) เปิดให้ใช้งานได้ฟรีทั้งการดาวน์โหลดและการติดตั้งรวมถึงการใช้งานแบบไม่ติดไลเซ้น (License) ไม่ต้องใช้ยาแก้ไอ (Crack) ของโปรแกรมด้วย โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องควักเงินจ่ายเพื่อซื้อโปรแกรมแต่งรูปแพงๆ แม้จะมีทุนหรือไม่ก็ตาม ยังมีการอัพเดตเวอร์ชั่นอยู่เรื่อยๆ โดยที่คุณอัพเดตโปรแกรมได้อย่างสบายใจ

คุณสมบัติและความสามารถของโปรแกรม Photoscape

  • มีความสามารถในการแสดงรูปภาพในโฟลเดอร์ต่างๆ หรือทำเป็นสไลด์โชว์ผ่านบนโปรแกรมนี้
  • สามารถปรับปรุงรูปภาพ ขนาด ความสว่าง เพิ่มข้อความ ปรับตาแดง และฟีเจอร์รีทัชภาพอีกมากมายเลย
  • รวมรูปภาพหลายๆ รูปไว้ในรูปเดียว ตามเทมเพลตที่มีให้ภายในโปรแกรม
  • สามารถทำเป็นภาพเคลื่อนไหวจากภาพหลายๆ ภาพต่อกันได้
  • มีคำสั่งพิมพ์สำหรับเครื่องพิมพ์ผ่านโปรแกรมนี้ได้ทันที
  • สามารถบันทึกภาพหน้าจอได้ง่ายดาย เพียงปลายนิ้ว
  • เปลี่ยนชื่อ และนามสกุลของภาพได้อย่างรวดเร็ว
  • ภายในโปรแกรมนี้มีฟีเจอร์ค้นหาใบหน้าที่คล้ายกันบนอินเทอร์เน็ต
  • กรอบสำหรับแต่งภาพมากมายให้เลือกใช้ไม่ซ้ำแบบ
  • ใส่ลายน้ำป้องกันการขอโมยภาพที่ตกแต่งไปใช้งานต่อได้
  • เพิ่มข้อความ ทั้งยังปรับแต่ง ฟอนท์ ขนาด สี เงา แนวตั้ง แนวนอน และขยับไปไว้จุดต่างๆ ตามภาพได้มากกว่า 1 ข้อความ

สุดท้ายนี้ทางผู้เขียนก็ หวังว่าบนความนี้จะช่วยให้คุณหันมาเลือกใช้โปรแกรมที่มีความสามารถใกล้เคียง และต่อกรกับ โปรแกรมระดับเทพอย่าง Photoshop CS ด้วยความที่ใช้งานง่าย ผนวกกับการทำงานที่หลากหลายให้คุณครบครันในหนึ่งเดียวกับโปรแกรมแต่งรูปตัวนี้

ดาวน์โหลดโปรแกรมตรงนี้

http://software.thaiware.com/10114-PhotoScape-Download.html

ลอง หุ่นยนต์ทําความสะอาด อีกหนึ่งปัจจัยของหนุ่มสาวชาวเมือง

หุ่นยนต์ทำความสะอาด

ปัจจุบันนี้ ชีวิตคนเมือง ก็ต้องประสบกับความเร่งรีบ เร่งด่วน ทำงานเพื่อแข่งขันกันเวลา แถมยังจะต้องเจอกับปัญหารถติดประจำทุกวัน ซึ่งก็ทำให้เวลาส่วนตัวเหลือน้อยลงไปทุกที การกลับบ้าน หรือ กลับห้องที่คอนโดมิเนียม กลับหอพัก ก็อยากจะใช้เวลานั้น ให้ตัวเองได้พักผ่อน ผ่อนคลายให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลายคนคงจะประสบกับปัญหาเรื่องของการทำงานบ้าน ที่หากทำกันทุกวัน ตั้งแต่กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ตากผ้า รีดผ้า แล้วนั้นก็กินเวลาไปเกือบๆ 2-3 ชั่วโมง บางคนก็ใช้ ไม้ถูพื้น หรือ เครื่องทุ่นแรงอย่าง เครื่องดูดฝุ่น หรือแม้แต่ หุ่นยนต์ทําความสะอาด อย่าง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ซึ่งมีบางคนที่เลือกจะไม่ทำงานบ้านทุกวัน โดยอาจจะการทำวันเว้นวันบ้าง หรือ ทำสัปดาห์ละครั้งถึงสองครั้ง ผลที่เกิดขึ้นคือ สุขภาพเสีย เนื่องจากฝุ่นที่หมักหมม เชื้อโรค แบคทีเรีย ต่างๆ ก็สะสมวนเวียนอยู่ในบ้าน ห้องนอน ห้องพัก ของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่มีห้องพักอาศัย อยู่ติดถนนใหญ่ ซึ่งแน่นอนส่งผลร้ายต่อสุขภาพของเราผู้พักอาศัยในครัวเรือน อย่างเราแน่นอน เพราะในแต่ละวันจะมีฝุ่นละออง ไรฝุ่นตัวเล็ก ก็เข้าลอยมาเกาะ เข้ามาจับอยู่ในห้อง บนพื้น ข้าวของเครื่องใช้เป็นจำนวนมาก ถ้าไม่ทำงานบ้านเป็นเวลานานถือว่าเป็นเรื่องอันตรายมากๆ

ประเภทของ หุ่นยนต์ทำความสะอาด

ปัจจุบันมีเครื่องทุ่นแรง ออกมาให้บริการหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ มนุษย์เงินเดือน หรือ คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่เร่งรีบมากมาย แต่ที่เด็ดสุดๆ เลยคือ ปัจจุบันนี้มีเครื่อง หุ่นยนต์ทำความสะอาด ผลิตออกมามากมายในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่ใช้หลักการไม้กวาด กวาดฝุ่นดูดฝุ่นเข้าเครื่อง และ หุ่นยนต์ถูพื้น ที่ใช้นำเปล่า น้ำสะอาด ในการชำระล้าง ดูดสิ่งสกปรกเข้าเครื่อง ขจัดคราบสิ่งสกปรกต่างๆ ได้อัตโนมัติ หลักการจะคล้ายๆ กับรถทำความสะอาดพื้นถนนของ กทม. โดยขณะนี้ก็มีผู้นำเข้าหุ่ยนต์ทำความสะอาดอยู่มากมาย ราคาก็มีเริ่มตั้งแต่ราคาถูกตั้งแต่ 2 พันบาท – 7 พันบาท ในส่วนของแบรนด์ดังๆ ก็จะมีจากแดนกิมจิประเทศเกาหลี อย่างซัมซุง (Samsung) แอลจี (LG) หรือแม้แต่จากเมืองลุงแซมประเทศสหรัฐอเมริกาไอโรบอท (iRobot) เป็นต้น ซึ่งราคาจากยี่ห้อเหล่านี้ สูงขึ้นไปตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาท (10k) ยาวไปจนถึงสามหมื่นบาท (30k) ได้เลยทีเดียว หากย้อนกลับไปสมัยก่อนสัก 5-6 ปีที่แล้ว มีบริษัทที่นำสินค้าเข้ามาจากยุโรป อย่างวีรสุ ก็เคยได้นำเอา หุ่นยนต์ทำความสะอาด เข้ามาขายในบ้านเราแล้วอย่างยี่ห้อ Karcher ซึ่งผลิตจากประเทศเยอรมัน มาหลายปีแล้ว แต่ราคาสูงมากๆ ถึงแสนกว่าบาท จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ในบ้านเรา ในปัจจุบัน

โดย หุ่นยนต์ทําความสะอาด ในปัจจุบันถือว่าเป็น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ถือว่าเป็นประเภทของแก็ดเจ็ต (Gadget) อย่างนึงเหมือนกัน คาดว่าต่อไปราคาจะตกต่ำลงไปเรื่อยๆ ก็ต้องติดตามกันต่อไป

ผลสอบถามระบุคนไทยใช้ ซอฟต์แวร์เถื่อน 82% ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ 18%

ซอฟต์แวร์เถื่อน ผิดลิขสิทธิ์ (Infographic)

เชื่อกันว่ามีหลายคนที่คิดว่า ซอฟต์แวร์ หรือ โปรแกรม ที่ใช้งานกันอยู่ตามท้องตลาดนั้น เป็นของฟรี ซึ่งเราสามารถที่จะดาวน์โหลด หรือ นำแผ่นมาติดตั้ง มาใช้ได้โดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว แต่ความเชื่อเหล่านี้ผิดแน่นอน โปรแกรมทุกโปรแกรมที่คุณใช้งานอยู่นั้น ถือว่ามีลิขสิทธิ์ และล้วนแต่มีเจ้าของ มีผู้พัฒนาด้วยกันทั้งหมดทั้งทั้งสิ้น เฉกเช่นเดียวกับที่คนเราทุกคนเกิดมา ก็จะต้องมีพ่อมีแม่ ผู้ให้กำเนิดเรา นั่นเอง แต่โปรแกรมแต่ละตัว ก็ขึ้นอยู่กับว่า โปรแกรมนั้นเขาแจกให้คุณเอามาใช้งานกันได้ฟรีๆ หรือ เก็บเงิน หรือแม้แต่ทดลองใช้ฟรีช่วงแรก และ เก็บเงินช่วงหลัง ซึ่งก็อยู่กับโมเดล หรือ รูปแบบการหาเงินของผู้พัฒนา ในแต่ละราย หากคุณนำโปรแกรมเขามาใช้ผิดที่ผิดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่า ผู้พัฒนาเขาขาย แต่คุณไปซื้อแผ่นมาจากที่อื่น ดาวน์โหลดมาจากแหล่งที่มิชอบ หรือแม้แต่ได้โปรแกรมมาถูกต้อง แต่วิธีเข้าถึงมัน หรือ วิธีใช้มัน มาซึ่งด้วยวิธีที่ผิด เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เรียกว่าคุณกำลังใช้ ซอฟต์แวร์เถื่อน ด้วยกันทั้งหมด !

ทำไมคนไทยถึงชอบใช้ ซอฟต์แวร์เถื่อน กันนัก ?

ประเทศไทยอีกหนึ่งประเทศที่มีอัตราการใช้งาน ซอฟต์แวร์เถื่อน มากที่สุดในโลก ที่หลายประเทศทั่วโลก จะต้องจับตามองเรา โดยล่าสุด ต้นปีม้า ค.ศ. 2014 ทางเว็บไซต์ไทยแวร์ดอทคอม (Thaiware.com) เว็บไซต์ ผู้ให้บริการ ดาวน์โหลดโปรแกรม อันดับ 1 ของประเทศไทย ได้เผยผลสำรวจพฤติกรรม การใช้ซอฟต์ฺแวร์เถื่อน ว่าทำไมไม่ยอมใช้ ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ จำแนก ออกมาให้ดูในรูปแบบของอินโฟกราฟฟิก (Infographic) หรือแผนภาพที่บ่งชี้ถึงข้อมูล ในรูปแบบของไฟล์ภาพ ที่มีจุดน่าสนใจ และ สาระสำคัญ ต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • คนไทยส่วนใหญ่ใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ 18% และ ซอฟต์แวร์เถื่อน 82%
  • 46 % ของคนไทย บอกว่า สาเหตุที่ใช้ซอฟต์แวร์ผิดลิขสิทธิ์ เพราะว่า “แพง” และ “กำลังทรัพย์ไม่เพียงพอ”
  • 21% ชอบของฟรี นิสัยติดของฟรี คิดว่าแทนที่จะเอาเงินมาซื้อ ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ไปใช้ ซอฟต์แวร์เถื่อน เพราะมีความสามารถเหมือนกันทุกอย่าง ทุกประการ เอาเงินไปซื้อของอย่างอื่น หรือ เก็บเอาไว้แทนจะดีกว่า
  • 10% ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อย ที่คิดว่า ซอฟต์แวร์ หรือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการ ดาวน์โหลดของเถื่อนใช้กันก่อนแล้วค่อยตัดสินใจซื้อของแท้ ในภายหลัง
  • 9% ส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งเลยคือ จ่ายเงินยาก บางคนยังไม่มีบัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิต
  • 9% ส่วนนี้ที่เหลือ สามารถแตกย่อยลงไปได้อีก 3 หัวข้อย่อยดังต่อไปนี้คือ
    • 3% หาซื้อซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ ยาก
    • 3% การซื้อขายยุ่งยาก ซับซ้อน
    • 3% ใช้แค่บางฟีเจอร์ บางความสามารถ จะต้องจ่ายเงินซื้อเต็มๆ ไปเพื่ออะไร

จากที่ดูมาตรงนี้ก็พอจะรู้แล้วว่า คนไทยจำนวนไม่น้อย ที่ชอบของฟรี และแพง แต่ทางเว็บไซต์ TEXTURL.NET จะขอบอกเอาไว้ตรงนี้ว่า โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ ที่ถูกพัฒนา ผลิตออกมาทุกตัวนั้น ล้วนแต่มีต้นทุนที่สูงมาก ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านของทรัพยากรบุคคล ค่าจ้างแรงงาน คิดค้น สำรวจตลาด ต้นทุนด้านการประชาสัมพันธ์ ทำการตลาด ดังนั้น หากเราต้องการที่จะมีซอฟต์แวร์ดีๆ มีคุณภาพ ใช้กันต่อไป ก็ขอให้มาซื้อโปรแกรมแท้ หรือ ซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ กันเถอะครับ

โปรแกรม Freemake YouTube MP3 Converter

freemake_youtube_mp3_converter

เชื่อว่าหลายคน คงจะเคยใช้บริการเว็บยูทูปดอทคอม เว็บผู้ให้บริการวีดีโอ ที่เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2005 ประมาณเกือบสิบปีที่แล้วเห็นจะได้ และคงมีหลายคน (รวมทั้งผู้เขียน) ที่จะต้องเคยเข้าไปฟังเพลง หรือ ดูมิวสิควีดีโอเพลงนั้นๆ จากเว็บยูทูป แบบออนไลน์ เรียกได้ว่าบางคนถึงขั้นเซฟบันทึก URL ของเพลงโปรด หรือ เพลงจากศิลปินที่ชื่นชอบ เอาไว้เป็นหน้าโปรด (Favourite Page) ของเว็บเบราว์เซอร์นั้นๆ กันเลยทีเดียว แต่การที่จะเข้ามาดูทุกครั้งได้นั้น ข้อเสียของการฟังเพลงบนยูทูป แต่ไม่ได้วีดีโอ คือ มันจะสิ้นเปลืองทรัพยากรเครื่อง โดยใช่เหตุ โดยเปล่าประโยชน์ และ กินแบนวิธ (Bandwidth) ของประมาณการรับส่งข้อมูล ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์คุณ กับ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคุณเปิดฟังเพลงบนยูทูป บนมือถือ อีกด้วย จะยิ่งทำให้ค่าบริการอินเทอร์เน็ต 3G บานปลาย ออกไปได้อีก เพลงขนาดไฟล์ เพลงนึงก็หลายเม็ก (MB.) อยู่ เราเลยขอแนะนำ โปรแกรม YouTube MP3 Converter ดีๆ สักตัวมาให้คุณผู้อ่านได้อ่านกัน

รู้จักกับ Freemake YouTube MP3 Converter

ดังนั้น จะเป็นการง่ายกว่า ถ้าคุณเจอเพลงโปรด เพลงที่ใช่ หรือ คลิปที่ชอบ เมื่อไหร่ แล้วดาวน์โหลด ลงมาเป็นไฟล์เสียงรูปแบบ MP3 เพื่อเอาไปใช้ฟังกันบนรถ ฟังกับคอมพิวเตอร์พีซีที่บ้าน โดยไม่ต้องต่อเน็ต หรือ ฟังบนมือถือที่ไหนก็ได้ ที่ที่เน็ตไม่ต้องเข้าถึง แถมยังไม่เสียค่าใช้งานรับส่งข้อมูลอีกด้วย เราจึงขอแนะนำ โปรแกรมโหลดคลิป YouTube MP3 Converter ซึ่งพัฒนา โดยบริษัท Freemake เป็นโปรแกรมที่แจกฟรี 100% ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้องและแอบแฝง

นอกจากนี้ โปรแกรมนี้ยัง สามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้ทั้งเป็นเสียงอย่างเดียว หรือ เซฟบันทึกลงมาเป็นไฟล์วีดีโอในตระกูล MP4  AVI WMV 3GP เพื่อให้คุณได้รับชม รับฟังกันได้ โดยไม่ต้องพึ่ง โปรแกรมแปลงไฟล์ ใดๆ มาช่วย เรียกได้ว่าโหลดเสร็จ สามารถดูได้เลยทันที

ดาวน์โหลดโปรแกรม กดตรงนี้
http://www.freemake.com/download?id=FreemakeYoutubeMP3Converter.exe

โปรแกรม iTools จัดการ iPhone iPad iPod ได้ง่ายๆ

ดาวน์โหลดโปรแกรม iTools

หากคุณกำลังหา โปรแกรมดีๆ สักตัวที่เอาไว้ใช้ในการ จัดการกับพวกอุปกรณ์ของค่าย Apple อาทิเช่นเครื่องไอโฟน (iPhone) ไอแพด (iPad) และ เครื่องไอพอด (iPod) โดยเจ้า โปรแกรมนี้มีชื่อว่า โปรแกรม iTools ซึ่งปกติคนที่ใช้พวกอุปกรณ์ของ Apple มาก่อนจะรู้จักแต่ดาวน์โหลดเจ้า โปรแกรม iTunes เท่านั้น แต่หลังจากที่ดาวน์โหลดไปแล้ว การใช้งานส่วนใหญ่แรกๆ ก็จะรู้สึกงง สับสนแบบเอ๋อๆ ไปหมดกับหน้าตาประหลาดของการใช้งานในครั้งแรก เพราะมีการใช้งานที่ค่อนข้างจะซับซ้อน วุ่นวาย แต่ถ้าลองโหลดเจ้าตัว โปรแกรม iTools มาเล่นแล้วจะทำให้ทัศนะคติเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทันที เรามาดูคุณสมบัติของโปรแกรม  iTools กันเลยดีกว่า

นอกจากนี้แล้ว iTools มันยังถูกจัดได้ว่า เป็นโปรแกรมสำหรับจัดการกับเครื่องโทรศัพท์ไอโฟน (iPhone) และแท็บเล็ต อย่างไอแพด (iPad) ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดตัวหนึ่งของโลก (หากไม่นับโปรแกรม iTunes) มีผู้ใช้งานแล้วหลายสิบล้านคน เพราะมันสามารถทำเรื่องยุ่งยาก ให้เป็นเป็นเรื่องง่ายๆ และมีความน่าสนใจ การลงไฟล์โปรแกรมก็ไม่ต้องทำการติดตั้ง (Install) ใดๆ ลงในเครื่อง เนื่องจากมีเพียงแค่ไฟล์เดียวและยังเป็นไฟล์ที่เล็กมากอีกด้วย วิธีใช้งานก็แค่คลิก ไปที่โปรแกรมไฟล์โปรแกรม แล้วก็สามารถที่จะเริ่มต้นใช้งานได้ทันที

ความสามารถของ โปรแกรม iTools

โปรแกรม iTools จะมีประสิทธิภาพกับการใช้งานของเครื่อง iPhone มากที่สุด เพราะสามารถจัดการกับฐานข้อมูลของ รายชื่อผู้ติดต่อ (Contact) แอพพลิเคชั่น (Appication) ต่างๆ ที่มีอยู่ หรือจัดการกับ รูปถ่าย (Photo) หรือวีดีโอ (Video) และการเปลี่ยนธีมของผู้ที่ โหลด LINE ง่ายๆ ให้เป็นตัวการ์ตูน หรือเป็น สติ๊กเกอร์ ที่คุณชื่นชอบได้ง่ายๆ ชนิดที่เรียกว่า โปรแกรมอื่นไม่สามารถทำแบบนี้ได้ และนอกจากนี้ยังสามารถทำริงโทน ตัดเสียงเรียกเรียกเข้าได้ โดยสามารถนำท่อนฮุก หรือท่อนที่สำคัญ ไฮไล้ท์ของเพลงมาทำได้เช่นกัน

เจ้าตัวโปรแกรม iTools นี้สามารถรองรับ iOS เวอร์ชั่น 6 และ iOS 7 รองรับเครื่อง iPhone 4 iPhone 4s iPhone 5 iPhone 5c iPhone 5s iPad และ iPod Touch เป็นต้น นอกจากนี้มันยังมีระบบสำรองข้อมูลของโทรศัทพ์มือถือ และสามารถกู้คืนขึ้นมาได้พร้อมทั้งยังมีระบบ Auto Backups หรือที่เรียกว่า ระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติเมื่อคุณได้ทำการเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ 

ดาวน์โหลด iTunes ติดตั้งลงบนเครื่องที่
http://software.thaiware.com/1941-iTools-Download.html

กล้อง IP Camera บทวิเคราะห์และแนวโน้มในอนาคต

กล้อง IP Camera

หากพูดถึงในเรื่องของ การเติบโตของเทคโนโลยีด้านไอที ก็มีมากมายในปัจจุบัน ในหลายๆ เรื่องทั้งเรื่องของตลาดโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ตลาดแท็บเล็ต ตลาดเครื่องเล่นเกมส์ออนไลน์ หรือแม้แต่ตลาด ทีวีดิจิตอล กล้องวงจรปิดแบบไอพี หรือที่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า กล้อง IP Camera ในตลาดระบบวีดีโอด้านความปลอดภัย ก็ถือว่าเป็นอีกอย่างหนึ่งไปสู่สภาพแวดล้อมการทำงานบนเครือข่าย IP นั่นคือ ระบบควบคุมการเข้า-ออกพื้นที่ต่างๆ ควบคุมความปลอดภัยทั้งในร่ม (Indoor) และ นอกอาคาร (Outdoor) เพราะทุกอย่างสามารถพิมพ์ข้อมูลผ่านที่อยู่ URL ด้านบน หรือที่เรียกว่า Text URL เข้าได้โดยตรง เพื่อเปิดดูกล้องวงจรปิด จากหน้าเว็บไซต์ หรือเว็บเบราว์เซอร์ได้เลยทันที

และเนื่องจากในปัจจุบัน การก่ออาชญากรรม ขโมย โจร มีจำนวนมาก จึงเป็นเหตุให้ตลาดทั่วโลกสำหรับระบบควบคุมการเข้า-ออกพื้นที่มีมูลค่าประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ (2555) และจะเติบโตจนมีมูลค่าประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2560 โดยคิดเป็นอัตราการเติบโต 7 เปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด IHS (more…)

Hologram (โฮโลแกรม) จาก บราเดอร์ คืออะไร ?

Hologram by Brother

สินค้า บราเดอร์  บริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็คทรอนิกส์ ชั้นนำของโลก จากประเทศญี่ปุ่น ยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตคิดค้นเครื่องปริ้นเตอร์ มัลติฟังก์ชั่นปริ้นเตอร์ เครื่องพิมพ์ฉลาก (Label Printers) เครื่องพิมพ์ดีด หรือแม้แต่เครื่องแฟกซ์ (โทรสาร) ทั่วโลก เปิดตัวเทคโนโลยี ที่มีชื่อว่า “โฮโลแกรม” ซึ่งเป็นเทคโนโลยี ที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้อง ว่าเป็นสินค้าแท้ และมีการรับประกันแบบ 100% หรือไม่ ถือเป็นวิธีการตรวจสอบสินค้าใหม่ล่าสุด ซึ่งได้เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2013 ที่ผ่านมา ลูกค้าสามารถตรวจสอบฉลากโฮโลแกรมสัญลักษณ์ดังกล่าว (ดังรูปประกอบด้านบน) ผ่านระบบออนไลน์หรือสมาร์ทโฟนก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าดังกล่าวเป็นวัสดุการพิมพ์ของแท้ มีคุณภาพถูกต้องตามมาตรฐานของบราเดอร์ ซึ่งเครื่องหมายดังกล่าวจะติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ของวัสดุการพิมพ์ต่างๆ ของบราเดอร์ ซึ่งได้แก่ หมึกพิมพ์ (Ink Cartridges) โทนเนอร์ (Toner) หรือแม้แต่ ตลับแม่พิมพ์ (Drum)

เทคโนโลยี Hologram จากบราเดอร์

บราเดอร์ได้พัฒนาเทคโนโลยี Hologram “โฮโลแกรม” ซึ่งถือเป็นบริษัทด้านไอที ที่มาเน้นย้ำ และใช้มาตรการที่บราเดอร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้ลูกค้ามีความมั่นใจว่าเป็นสินค้าแท้มีคุณภาพและมาตรฐานจากบราเดอร์ก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อลูกค้าไปซื้อสินค้าปลอมและเกิดปัญหาในเรื่องของคุณภาพสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อตราสินค้าและผลิตภัณฑ์ของบราเดอร์  และทำให้อายุการใช้งานของเครื่องบราเดอร์ สั้นลง โดยที่ผู้ซื้อไม่ทราบว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของปลอมหรือสินค้าลอกเลียนแบบ

สำหรับวิธีการตรวจสอบว่าสินค้าใดคือสินค้าแท้ ถูกลิขสิทธิ์ ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง ผ่านระบบ ออนไลน์ที่ทันสมัย โดยสัญลักษณ์รับประกันของบราเดอร์จะประกอบด้วย ฉลากโฮโลแกรมถูกติดไว้ให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบโดยการสแกนรหัส (Data Matrix Code) ผ่านทางสมาร์ทโฟน หรืออีกวิธีหนึ่งคือการกรอกเลขรหัสสินค้า (ID Number) ผ่านทางเว็บไซต์ www.brother.com/id/ นอกจากนี้ หากลูกค้าพบสินค้า ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ทางบราเดอร์ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้า สามารถแจ้งไป ยังบราเดอร์ได้ง่ายๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการติดต่อสื่อสารสองทาง ระหว่างองค์กร หน่วยงานเจ้าของผลิตภัณฑ์กับลูกค้า ที่ดีนั่นเอง

Protocol คือ อะไร มีหน้าที่อะไร หลักการเป็นอย่างไร ?

Protocol Icon

เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยเห็น ที่อยู่เว็บไซต์ที่อยู่ด้านบนของเว็บเบราว์เซอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมกูเกิลโครม (Google Chrome) ไฟร์ฟอกซ์ (Firefox) หรือแม้แต่ Internet Explorer ที่เวลาจะเข้าเว็บไซต์ทีนึงก็จะต้องพิมพ์คำว่า http://www.example.com ซึ่งบางครั้งก็พิมพ์ http:// บางครั้งก็ไม่มี ถามว่ามันแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด อย่างไรบ้าง คำตอบคือ ไม่ได้แตกต่างเลย การใส่ http:// เข้าไปหมายถึงเราต้องการที่จะรับส่งข้อมูลในรูปแบบการเปิดเว็บไซต์ทั่วๆ ไปนั่นเอง โดยมันย่อมาจากคำว่า “Hypertext Transfer Protocol” คำว่าโปรโตรคอล หมายถึงรูปแบบการรับส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต พูดง่ายๆ เหมือนอินเทอร์เน็ตที่เราเชื่อมต่อตามบ้านอย่าง ADSL ก็คือถนน แล้ว Protocol คือ เลน (Lane) นั่นเอง ถนนเส้นนึงมีหลากหลายเลน ในส่วนของ http:// (พอร์ต 80) ก็คือเลน หนึ่งที่อยู่บนถนนนั่นเอง ส่วนเลนอื่นๆ ก็มีอีกมากมายอาทิเช่น ftp:// (พอร์ต 20 รับส่งข้อมูล พอร์ต 21 รับส่งคำสั่ง) ย่อมาจากคำว่า “File Transfer Protocol” เอาไว้ใช้รับส่งไฟล์ (ดาวน์โหลด และ อัพโหลดไฟล์) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเลน บนถนนเส้นนี้

Protocol คือ อะไรกันแน่ ที่ใช้สำหรับการรับส่งข้อมูล ในรูปแบบอื่นๆ

หากคุณต้องการจะส่งอีเมล์ จากเครื่องคอมพิวเตอร์คุณออกไปยังโลกภายนอก โดยผ่าน โปรแกรมรับส่งอีเมล์ ทั่วๆ ไปอย่าง MS.Outlook ก็คงจะต้องใช้ Protocol คือ SMTP (พอร์ต 25) หรือที่ย่อมาจากคำว่า Simple Mail Transfer Protocol อันนี้ขาออก แต่หากพูดถึงขาเข้าบ้าง หากมีคนส่งอีเมล์เข้ามาหาคุณบ้าง ขณะที่คุณกำลังหลับนอน หรือยังไม่ได้เปิดเจ้าอีเมล์จะถูกเก็บเอาไว้ที่ กล่องจดหมาย (Inbox) แห่งหนใด ?

กล่องจดหมาย จะถูกเก็บเอาไว้ที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์ ของผู้ให้บริการอีเมล์ (โดยมากจะรวมอยู่กับผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง ด้วย) โดยจะเก็บเอาไว้ในโปรโตคอล ที่ชื่อว่า POP ย่อมาจากคำว่า “Post Office Protocol” รับส่งข้อมูลกันโดยใช้พอร์ต (พอร์ต 109 สำหรับ POP เวอร์ชั่น 2 และ พอร์ต 110 สำหรับ POP เวอร์ชั่น 3)

Protocol คือ (ถนนโปรโตคอล)

ยกตัวอย่างให้เห็นอีกตัวอย่าง ที่เป็น โปรแกรมแชท สุดฮิต ยอดนิยมอย่าง LINE PC หรือโปรแกรม LINE ที่เล่นกัน บนเครื่อง PC อย่างที่พวกเรารู้จักกัน และเล่นกันเวลานั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็จะมีพอร์ตที่ใช้รับส่งข้อมูลเช่นกัน โดยข้อมูลขาออกเขาจะใช้ พอร์ต 443 สำหรับส่งข้อมูลข้อความ รูปภาพที่ใช้ในการแชทออกไปยังปลายทาง ซึ่งหมายเลขพอร์ต 443 นี้ถือเป็นพอร์ตเดียวกับโปรโตคอล https:// (กดดูรายละเอียด https:// ที่ได้กล่าวในบทความที่แล้ว) ส่วนพอร์ตปลายทางคือ 49317 นั่นเอง

จากที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ใช่มีแค่ 4-5 พอร์ตที่กล่าวมา แต่ยังมีพอร์ตอีกนับพัน นับหมื่นพอร์ต ที่ใช้กัน และรับผิดชอบระหว่าง Protocol ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ลองเข้าไปดูรายชื่อพอร์ตได้ที่นี่ด้านล่างตรงนี้เลย

http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_TCP_and_UDP_port_numbers

และหลังว่าคำถาม Protocol คือ ของคุณจะหายไป หลังจากการได้รับอ่านบทความอันนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีครับ

โปรโตคอลบน LINE PC

SSL Error คืออะไร เราจะ แก้ปัญหา SSL Error ได้อย่างไร ?

จากบทความที่กล่าวมาในบทความแรก คือการไปขอ SSL หรือโปรโตคอลที่เขียนว่า HTTPS พร้อมด้วยรูปกุญแจสีเขียวๆ อยู่ด้านหน้าที่อยู่ของเว็บไซต์นั้น ก่อนที่จะได้มันมานั้นทางผู้พัฒนาเว็บไซต์ หรือ เจ้าของเว็บไซต์ จะต้องไปขอสิ่งที่เรียกว่า ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) และแน่นอนว่า ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ตัวนี้ก็เหมือนเอกสารทางราชการทั่วๆ ไป นั่นคือมีวันออกใบอนุญาต (Issued Date) และ วันหมดอายุ (Expired Date) ของ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีอายุอยู่ที่ 1 ปี แต่ก็แล้วแต่ว่ามีบางเจ้าก็จะต่ออายุกันยาวๆ ไปเลยแบบ 2 ปี 3 ปี หรือแม้แต่จะยาวไปจนถึง 5 ปีเลยก็มี ซึ่งค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นตามลำดับ แต่ส่วนมากแล้ว ผู้ให้บริการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ หรือเจ้า SSL นี้ส่วนใหญ่เขาจะมีข้อเสนอพิเศษให้เช่นว่า ต่ออายุมากกว่า 1 ปี จะได้ส่วนลดกี่ % อะไรก็ว่ากันไป แต่บางกรณี ที่เราเข้าเว็บไซต์บางเว็บ แล้วพบเจอกับหน้าจอแดงๆ แบบ SSL Error แบบนี้ อย่าเพิ่งตกใจ หรือบางที โปรแกรมแอนตี้ไวรัส อย่างพวก NOD32 หรือ BitDefender ก็แจ้งเตือนป๊อปอัพ ความจริงแล้ว สาเหตุมันมีสาเหตุอยู่เพียงไม่กี่อย่าง ยกตัวอย่างตามด้านล่างนี้

SSL Error

สาเหตุของ SSL Error สีแดง

  1. ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) หมดอายุ : ในกรณีนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากทางเว็บไซต์เหล่านั้น ปล่อยให้เจ้า นี่มันหมดอายุ โดยที่ไม่ได้ต่ออายุตามวัน-เวลา ที่กำหนด ส่งผล ผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นๆ เข้าไปแล้ว จะแสดงผลในหน้าที่เป็นลักษณะแบบนี้ขึ้นมาโดยทันที ซึ่งแทนที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์นั้นๆ กลายเป็นลดความน่าเชื่อถือไปเลย (สู้ไม่มี SSL เลยจะยังดูดีเสียกว่า) วิธีนี้เราแก้ไม่ได้ ได้แต่รอ ร๊อ รอ
  2. เวลาเครื่องคอมพิวเตอร์เรา ปรับไม่ตรง : หากคุณเคยเข้าเว็บไซต์ชื่อดังอย่างพวก Facebook Twitter หรือแม้แต่ Google หากสังเกตุดูดีๆ จะมีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนั้น ทั้งนี้เขาทำเพื่อความน่าเชื่อถือ และ ความปลอดภัย ระหว่างข้อมูลที่รับส่งระหว่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) ของเขา และ เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเอง (Client) แต่หากมีวันใดวันหนึ่งที่เข้าไปในเว็บไซต์ ชื่อดังดังกล่าวแล้ว หน้าเว็บเจ้ากรรมดันขึ้นจอแดงมาในลักษณะนี้ หรืออาจจะเป็นคำอื่น อีกสาเหตุหนึ่งที่เกิดขึ้นได้เลยคือ  เวลาเครื่องคอมพิวเตอร์คุณ ถูกเซต หรือตั้งค่ามาไม่ตรงกับเวลาโลก ณ ปัจจุบัน ขอให้เหลือบมองดูมุมขวาล่างบนหน้าจอ ว่าตรงหรือไม่ บางทีอาจจะเซตเป็นปี ค.ศ. 2007 มาให้อยู่ก็ได้ ทั้งๆ ที่ปีปัจจุบันคือ ปี ค.ศ. 2013 เป็นต้น ส่วนสาเหตุมีอยู่ไม่มาก ที่จู่ๆ เวลาเปลี่ยนไป ก็เพราะว่า ถ่านนาฬิกาเมนบอร์ด (Motherboard Clock Battery) คุณพลังงานหมดไปซะแล้ว ขอให้รีบเปลี่ยนด่วน ลักษณะถ่านก็เหมือนถ่านนาฬิกา ที่เป็นทรงกลมๆ แบนๆ เล็กๆ นั่นเอง ขอให้ตรวจสอบ เปลี่ยนเวลา หากเปลี่ยนแล้วบูตใหม่มาอีกที ก็ยังเป็นอีก ก็ขอให้ถึงละลึกไว้เสมอเลยว่า ถ่านนาฬิกาเครื่องคอมพิวเตอร์คุณ ไปซะแล้ว

หวังว่าบทความนี้คงจะช่วยไขปัญหาเรื่อง SSL Error จอแดง ที่เข้าบางเว็บได้ ไม่มากก็น้อย แต่บางเว็บเบราว์เซอร์ ก็มีการแสดงผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่หลักการเดียวกัน

HTTPS บน URL อีกหนึ่งสิ่งที่ คนออนไลน์ ไม่ควรมองข้าม !

HTTPS คืออะไร ?

ปัจจุบันนี้ ปริมาณการซื้อขายสินค้าและบริการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า เมื่อมีปริมาณคนที่เข้ามาใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ ความปลอดภัย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คำถามคือ เราจะสามารถมั่นใจได้อย่างไรว่า ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ตลอดจน หมายเลขบัตรเครดิต ที่เรากรอกลงไปผ่านหน้าเว็บไซต์ในขณะสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรือรับส่งข้อมูลกันในแต่ละเว็บนั้น ถูกส่งตรงถึงผู้รับอย่างปลอดภัย คนที่เล่นอินเทอร์เน็ตอยู่ทุกวัน อาจจะเคยเห็นสัญลักษณ์ รูปกุญแจสีเขียวๆ ปรากฏอยู่ด้านบนตรงแถบ แอดเดรสบาร์ (URL) ของเว็บเบราว์เซอร์ต่างๆ อาทิเช่น Google Chrome Internet Explorer หรือแม้แต่ Mozilla Firefox ในบางเว็บไซต์ พร้อมกับรูปแบบโปรโตคอลของเว็บไซต์นั้นดูแปลกไป แทนที่จะเป็น HTTP:// กลับกลายเป็น HTTPS:// ปรากฏขึ้นในขณะที่กำลังเข้าเว็บไซต์ในนบางเว็บ แต่อาจไม่ทราบว่าเครื่องหมายดังกล่าว และ HTTPS:// นั้นหมายถึงอะไร คำว่า “s” หมายความว่าอะไร

เจาะลึก HTTPS

คำว่า HTTPS นั่นได้ย่อมาจาก Hypertext Transfer Protocol Secure เป็นโปรโตคอลชนิดหนึ่งที่ ถูกคิดค้นโดยบริษัท Netscape Communications ถูกพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1994 สำหรับใช้ในเว็บบราวเซอร์ Netscape Navigator โดยตัว HTTPS (ทำงานบนพอร์ต 443) จะทำงานซ้อนเป็นเลเยอร์กับ HTTP (ทำงานบนพอร์ต 80) แบบปกติอีกทีหนึ่งผ่านโปรโตคอล TLS/SSL (Transport Layer Security และ  Secure Sockets Layer) ซึ่งหลักการทำงานของมันก็คือการสร้างรหัสเฉพาะ เพื่อรับรองความถูกต้องระหว่างเซิร์ฟเวอร์กับตัวเว็บไซต์ ว่าเป็นเจ้าของนี้จริงๆ

ทั้งหมดทั้งมวล นี้การที่เว็บคุณจะมีสัญลักษณ์ HTTPS พร้อมสัญลักษณ์ รูปกุญแจได้นั้น ทางเจ้าของเว็บไซต์จะต้องไปซื้อ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) มาจาก ผู้ให้บริการในต่างประเทศที่มีความน่าเชื่อถือในระดับสากล อาทิเช่น Comodo, Verisign, Thawte, GeoTrust ฯลฯ ซึ่งราคาที่ทางเจ้าของเว็บไซต์ที่มี Digital Certificate นั้นค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 5,000 บาท – 15,000 บาท ต่อปี เลยทีเดียว ทั้งนี้ราคาขึ้นอยู่กับ รูปแบบการให้บริการและผู้ให้บริการ ส่วนผู้ให้บริการ ที่ธนาคาร หรือ บริษัท หน่วยงาน องค์กรระดับโลก นิยมใช้บริการมากที่สุดเห็นจะเป็น Verisign จากค่าย Norton นั่นเอง

HTTPS ถูกติดตั้งบนเว็บไซต์

จากตัวอย่างเว็บไซต์จากรูปด้านบน หากเรากดที่รูปกุญแจสีเขียวๆ ก็จะสามารถสังเกตุเห็นรายละเอียดของใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ใช้บริการ จากค่าย Comodo ซึ่งเป็นของ สหราชอาณาจักร โดยมีบอกรายละเอียดวันที่เริ่มใช้ และ วันหมดอายุของใบรับรองด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าหากใบรับรองหมดอายุ ก็จะไร้ความหมายใดๆ และยิ่งไปกว่านั้นหากหมดอายุแล้ว เว็บไซต์ก็จะขึ้นหน้าจอสีแดงๆ ว่า “Certificate Expired” บนหน้าจอแก่ผู้เข้าเยี่ยมชม ซึ่งแทนที่จะกลายเป็นสร้างความน่าเชื่อถือใ้ห้กับผู้เข้าชม กลายเป็นลดระดับความน่าเชื่อถือไปเลย ซึ่งตรงจุดนี้ทางผู้พัฒนาเว็บไซต์จะต้องระวังเป็นอย่างมาก อย่าให้หมดอายุ หมั่นตรวจสอบวันหมดอายุอยู่ตลอดเวลา และพอทราบวันหมดอายุจะต้องติดต่อกับผู้ให้บริการโดยทันทีทันใด

กล่าวโดยสรุปคือ ถ้าหากเราเปิดเว็บไซต์ ที่มีสัญลักษณ์รูปกุญแจ และโปรโตคอลตัวนี้ นั้นหมายความว่า เรากำลังเข้าเว็บไซต์ที่มีการเข้ารหัสเอาไว้ หลักการคือ ข้อมูลที่ถูกส่งผ่าน ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้ใช้งาน อินเทอร์เน็ตนั้น ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์นั้นจะถูก เข้ารหัสไว้ทั้งหมดก่อนส่ง และทำการถอดรหัสเมื่อข้อมูลถูกส่งถึงปลายทาง ประโยชน์ของการเข้ารหัสก็คือ ป้องกันการถูกโจมตีจากแฮกเกอร์ระหว่างที่ข้อมูลถูกส่งจากเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์มายังเครื่องของผู้เข้าเยี่ยมชม ดังนั้นเราจึงมักเห็นการใช้ โปรโตคอล HTTPS ในเว็บไซต์ที่ต้องการความปลอดภัยสูงอย่างเช่น เว็บไซต์ของธนาคาร เว็บซื้อขายของออนไลน์ (อีคอมเมิรซ์) หรือ เว็บผู้ให้บริการอีเมล์ เป็นต้น เพราะความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นหากเห็นเว็บไซต์ไหนที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ขอให้มั่นใจได้เลยว่า ข้อมูลของคุณปลอดภัยแน่นอน

ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate)

ข้อบางส่วนอ้างอิงจาก Wikipedia : http://en.wikipedia.org/wiki/HTTP_Secure